บทนำ: ทำไมต้องมี "กลยุทธ์"?
ในสนามรบ แม่ทัพที่ขาดกลยุทธ์ย่อมพ่ายแพ้ ในสนามธุรกิจก็เช่นกัน องค์การที่ดำเนินงานโดยไร้ทิศทาง ไร้แผนงานระยะยาว ย่อมไม่สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization)
หน่วยการเรียนรู้นี้จะพาท่านไปทำความเข้าใจแก่นแท้ของ "การจัดการเชิงกลยุทธ์" (Strategic Management) ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การวางแผน แต่เป็นกระบวนการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และดำเนินการเพื่อให้องค์การมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) อย่างยั่งยืน เราจะศึกษาตั้งแต่รากศัพท์ แนวคิดพื้นฐาน ตัวแบบการบริหาร ไปจนถึงกรณีศึกษาจริงของบริษัทยักษ์ใหญ่ เพื่อให้เห็นภาพการนำกลยุทธ์ไปใช้ให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด
ตอนที่ 9.1 ความหมาย ความสำคัญ และลักษณะของการจัดการเชิงกลยุทธ์
ก่อนจะก้าวไปสู่การวางแผนที่ซับซ้อน เราต้องทำความเข้าใจนิยามที่แท้จริงของ "กลยุทธ์" และเหตุผลว่าทำไมมันจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารงานในศตวรรษที่ 21
9.1.1 ความหมายของการจัดการเชิงกลยุทธ์
1. รากศัพท์และวิวัฒนาการ
คำว่า "กลยุทธ์" (Strategy) มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกว่า strategos ซึ่งหมายถึง "นายพล" หรือ "แม่ทัพ" เดิมทีใช้ในวงการทหารเพื่อหมายถึงศิลปะในการจัดวางกองกำลังเพื่อเอาชนะข้าศึก ต่อมาเมื่อโลกเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมและการค้าเสรี แนวคิดนี้จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารธุรกิจ เพื่อเอาชนะคู่แข่งทางการค้า
2. นิยามจากนักวิชาการชั้นนำ
มีความหมายหลากหลายที่สะท้อนมุมมองที่แตกต่างกัน:
- Wheelen and Hunger (2012): นิยามว่าเป็นชุดของการตัดสินใจและการกระทำของผู้บริหาร ที่กำหนดผลการดำเนินงานในระยะยาวขององค์การ (Long-run performance)
- ธงชัย สันติวงษ์: มองว่าเป็นกระบวนการตัดสินใจเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพสูงสุดตลอดเวลา หรือเป็น "Effective Process"
- สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และคณะ: เน้นว่าเป็นกระบวนการกำหนดเป้าหมายที่แน่ชัดในระยะยาว และการสร้างวิถีทางปฏิบัติเพื่อจัดสรรทรัพยากรให้บรรลุเป้าหมายนั้น
- Kenichi Ohmae: กูรูด้านกลยุทธ์ชาวญี่ปุ่น ชี้ว่าสิ่งที่แยก "กลยุทธ์" ออกจาก "แผนงานทั่วไป" คือ "คู่แข่งขัน" หากไม่มีคู่แข่ง ก็ไม่จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ เพราะกลยุทธ์มีไว้เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง
สรุปใจความสำคัญ: การจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ กระบวนการวางแผน (Planning) การดำเนินการ (Implementation) และการควบคุม (Control) ในแนวทางที่มุ่งเน้นการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพื่อให้องค์การบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล พอเพียง และยั่งยืน
กลยุทธ์ทางธุรกิจกับการแข่งขันทางการค้า
พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560
ในการกำหนดกลยุทธ์เพื่อเอาชนะคู่แข่ง ผู้บริหารต้องระมัดระวังไม่ให้ขัดต่อกฎหมายแข่งขันทางการค้า:
- การใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบ: ห้ามกำหนดราคาที่ไม่เป็นธรรม หรือกำหนดเงื่อนไขที่จำกัดโอกาสของคู่แข่ง
- การตกลงร่วมกัน (Cartel): ห้ามฮั้วราคากับคู่แข่ง หรือแบ่งเขตการขายเพื่อลดการแข่งขัน
- การปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม: ห้ามใช้วิธีการที่ขัดต่อจริยธรรมเพื่อทำลายคู่แข่ง
บทลงโทษ: มีทั้งโทษปรับทางปกครองและโทษอาญา ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์และความยั่งยืนขององค์กร
9.1.2 ความสำคัญและประโยชน์
1. ความสำคัญ (Importance)
- กำหนดทิศทาง (Direction): ช่วยให้องค์การรู้ว่า "จะไปที่ไหน" (Where to go) และ "จะไปอย่างไร" (How to get there)
- คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders): การจัดการเชิงกลยุทธ์ต้องมองภาพกว้าง ไม่ใช่แค่ผู้ถือหุ้น แต่รวมถึงลูกค้า พนักงาน ชุมชน และสังคม
- มองระยะยาว (Long-term View): ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการเตรียมการเพื่ออนาคต
- เน้นประสิทธิภาพและประสิทธิผล:
- ประสิทธิภาพ (Efficiency): ทำถูกวิธี (Output/Input) ประหยัดทรัพยากร
- ประสิทธิผล (Effectiveness): ทำถูกเรื่อง บรรลุเป้าหมาย
2. ประโยชน์ (Benefits)
- ช่วยกำหนดวัตถุประสงค์และพันธกิจในอนาคตอย่างชัดเจน
- สร้างความสอดคล้อง (Alignment) ของการดำเนินงานทุกส่วนงานให้มุ่งไปทางเดียวกัน
- เป็นการสร้างผู้นำและพัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
- ช่วยให้คาดคะเนปัญหาและเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส (Turn Crisis into Opportunity)
- ช่วยให้ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
9.1.3 ลักษณะของการจัดการเชิงกลยุทธ์
ในสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อน (Complexity) และเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว (Dynamism) การจัดการเชิงกลยุทธ์ต้องมีลักษณะมุ่งสู่ "ความเป็นเลิศ" (Excellence) 4 ประการ:
เน้นอนาคต
คิดค้นสิ่งใหม่ (Innovation) นำสินค้าสู่ตลาดเร็ว
วางแผนกลยุทธ์
สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage)
สร้างวัฒนธรรม
สร้างค่านิยมร่วม (Shared Values) และความผูกพัน
มีความคล่องตัว
ยืดหยุ่น (Agility) ปรับตัวตามสภาพแวดล้อมได้ทันที
การวัดผลความเป็นเลิศทางการเงิน
ในเชิงบัญชี ความเป็นเลิศสะท้อนออกมาในรูปของตัวเลขทางการเงิน (Financial Performance):
- ความสามารถในการทำกำไร (Profitability): วัดจาก ROI (Return on Investment), ROE (Return on Equity), และ Net Profit Margin
- การเติบโต (Growth): วัดจากอัตราการเติบโตของยอดขาย (Sales Growth) และกำไรต่อหุ้น (EPS Growth)
- ความยั่งยืน (Sustainability): วัดจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow) ที่แข็งแกร่ง
ตอนที่ 9.2 ตัวแบบการจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management Model)
กระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์เปรียบเสมือนวงจรชีวิตของธุรกิจ ที่ต้องมีการวางแผน ปฏิบัติ และตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันต่อโลกที่หมุนเร็ว
9.2.1 ขั้นตอนของกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์
โมเดลมาตรฐานที่นิยมใช้กันทั่วโลกประกอบด้วย 4 ขั้นตอนต่อเนื่อง หรือเรียกว่าโมเดล EPIE:
1. การกลั่นกรองสภาพแวดล้อม (Environmental Scanning)
คือการ "รู้เขารู้เรา" โดยใช้เครื่องมือ SWOT Analysis:
| ปัจจัยภายใน (Internal) - ควบคุมได้ | ปัจจัยภายนอก (External) - ควบคุมไม่ได้ |
|---|---|
S - Strengths (จุดแข็ง)
|
O - Opportunities (โอกาส)
|
W - Weaknesses (จุดอ่อน)
|
T - Threats (อุปสรรค/ภัยคุกคาม)
|
2. การวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning)
คือการนำข้อมูลจากการวิเคราะห์มา "กำหนดทิศทาง" ประกอบด้วย:
- กำหนดวิสัยทัศน์/ภารกิจ: เราคือใคร? เราจะไปไหน?
- กำหนดวัตถุประสงค์: เป้าหมายที่วัดผลได้
- สร้างทางเลือกกลยุทธ์: จะสู้ด้วยราคา (Cost Leadership) หรือความแตกต่าง (Differentiation)?
3. การดำเนินกลยุทธ์ (Strategic Implementation)
คือการ "ลงมือทำ" แปลงแผนสู่การปฏิบัติ ผ่าน:
- โครงการ (Projects): แผนงานเฉพาะกิจ
- งบประมาณ (Budgets): การจัดสรรเงิน
- ระเบียบวิธีปฏิบัติ (Procedures): ขั้นตอนการทำงาน
- ต้องอาศัยโครงสร้างองค์กร วัฒนธรรม และภาวะผู้นำที่สอดคล้องกับกลยุทธ์
4. การควบคุมกลยุทธ์ (Strategic Control)
คือการ "ตรวจสอบ" ว่าทำได้ตามเป้าหรือไม่ และแก้ไขหากจำเป็น
9.2.2 ระดับของกลยุทธ์ (Levels of Strategy)
ในองค์กรขนาดใหญ่ กลยุทธ์แบ่งออกเป็น 3 ระดับ:
-
1. กลยุทธ์ระดับบริษัท (Corporate Strategy):
ตัดสินใจโดย: ผู้บริหารระดับสูง (CEO, Board)
คำถามหลัก: เราควรทำธุรกิจอะไรบ้าง? (What business are we in?)
เน้น: การจัดสรรทรัพยากร (Portfolio Management), การขยายตัว, การควบรวมกิจการ -
2. กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business Strategy):
ตัดสินใจโดย: ผู้บริหารหน่วยธุรกิจ (SBU Manager)
คำถามหลัก: เราจะแข่งขันอย่างไรในธุรกิจนี้? (How do we compete?)
เน้น: การสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง, การวางตำแหน่งทางการตลาด -
3. กลยุทธ์ระดับหน้าที่ (Functional Strategy):
ตัดสินใจโดย: ผู้จัดการฝ่าย (Department Manager)
คำถามหลัก: เราจะสนับสนุนกลยุทธ์หลักอย่างไร?
เน้น: ประสิทธิภาพการผลิต, แผนการตลาด, แผนการเงิน, แผน HR
*สำหรับธุรกิจระหว่างประเทศ จะมี "กลยุทธ์ระดับนานาชาติ" (International Strategy) เพิ่มขึ้นมา เช่น กลยุทธ์ระดับโลก (Global), กลยุทธ์รายประเทศ (Multidomestic) หรือกลยุทธ์ผสม (Hybrid)
9.2.3 องค์ประกอบของการวางแผนเชิงกลยุทธ์
ประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญที่ต้องสอดคล้องกัน:
- ภารกิจหลัก (Mission): เหตุผลของการมีอยู่ขององค์กร (Who we are, What we do)
- วัตถุประสงค์ (Objectives): เป้าหมายปลายทางที่ต้องการบรรลุ
- กลยุทธ์ (Strategy): วิธีการที่จะไปถึงเป้าหมาย
- นโยบาย (Policy): กรอบแนวทางปฏิบัติกว้างๆ
กรณีศึกษา: SCG (ปูนซิเมนต์ไทย)
วิสัยทัศน์: เป็นผู้นำตลาดในภูมิภาคอาเซียน ด้วยนวัตกรรมและสินค้าบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้า ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG)
กลยุทธ์ (ESG 4 Plus):
- มุ่ง Net Zero (ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก)
- Go Green (นวัตกรรมรักษ์โลก)
- Lean เหลื่อมล้ำ (ช่วยสังคม)
- ย้ำร่วมมือ (สร้างพันธมิตร)
นี่คือตัวอย่างของการกำหนดกลยุทธ์ที่ชัดเจน สอดคล้องกับแนวโน้มโลก และนำไปสู่การปฏิบัติจริง
ตอนที่ 9.3 ปัจจัยที่ทำให้การจัดการเชิงกลยุทธ์ประสบผลสำเร็จ
การมีแผนที่ดีไม่ได้การันตีความสำเร็จ ปัจจัยชี้ขาดอยู่ที่ "คน" "วิสัยทัศน์" และ "การตัดสินใจ" ที่ชาญฉลาด
9.3.1 บทบาทของผู้บริหาร
ผู้รับผิดชอบหลักคือ คณะกรรมการบริษัท (Board) และ ผู้บริหารระดับสูง (Top Management Team)
- คณะกรรมการ: มีหน้าที่ "กำกับดูแล" (Oversight) กำหนดทิศทาง ตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ และประเมินผลงานฝ่ายบริหาร
- ผู้บริหารระดับสูง (CEO): มีหน้าที่ "บริหารจัดการ" (Manage) เป็นผู้นำในการวางแผนและนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติจริง รวมถึงทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ (Figurehead) ขององค์กร
9.3.2 เงื่อนไขความสำเร็จและวิสัยทัศน์
ผู้บริหารต้องมี "วิสัยทัศน์" (Vision) คือความสามารถในการมองเห็นภาพอนาคต และโอกาสทางธุรกิจก่อนคนอื่น
ถอดรหัสแนวคิด เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ (CP Group)
15 กุญแจสู่ความสำเร็จที่น่าสนใจ:
- มองโลกเป็นตลาด: "ตลาดทั่วโลก วัตถุดิบทั่วโลก คนเก่งทั่วโลก การเงินทั่วโลก ล้วนเป็นของซี.พี."
- โฟกัสความสำเร็จก่อนเงิน: ทำงานให้สำเร็จก่อน อย่าเพิ่งห่วงกำไร
- คิดการใหญ่: ธุรกิจต้องเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก จึงจะมีโอกาสใหญ่
- ประโยชน์ต่อส่วนรวม: ต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน แล้วบริษัทจะได้ประโยชน์ตามมา (ปรัชญา 3 ประโยชน์)
- สร้างคน: "ถ้าคุณสามารถสร้างคนเก่งได้ คุณคือคนที่เก่งที่สุด" ต้องกล้าให้โอกาสและให้อำนาจคนเก่ง
- รักษาคู่แข่ง: ไม่ทำลายคู่แข่งให้ล้มละลาย แต่ให้แข่งขันกันอย่างเป็นธรรม
9.3.3 การวิเคราะห์และตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
การตัดสินใจที่ดีต้องมาจากการวิเคราะห์ปัญหาที่ถูกต้อง มีเทคนิค 2 ประการ:
1. การหาประเด็นสำคัญของปัญหา (Pinpointing Key Issues)
ใช้การตั้งคำถาม "ทำไม" ซ้ำๆ (Why-Why Analysis) เพื่อเจาะลึกถึงรากเหง้าของปัญหา ไม่ใช่แก้ที่ปลายเหตุ
2. การตีประเด็นปัญหาให้แตก (Breaking Down Issues)
ใช้ Issue Diagram หรือแผนผังกิ่งไม้ แตกปัญหาใหญ่ออกเป็นปัญหาย่อยๆ เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์และหาทางแก้ไขได้ง่ายขึ้น (เช่น ปัญหากำไรลดลง -> เกิดจากรายได้ลด หรือ ต้นทุนเพิ่ม -> ถ้ารายได้ลด เกิดจากราคา หรือ ปริมาณขาย? -> ถ้าปริมาณขายลด เกิดจากสินค้าไม่ดี หรือ การตลาดแย่?)
การตัดสินใจที่มองการณ์ไกล 5 ขั้นตอน:
- กำหนดขอบเขตธุรกิจให้ชัดเจน (อย่าทำสะเปะสะปะ)
- สร้างภาพเชิงกลยุทธ์ (เข้าใจแรงผลักดันของตลาด)
- เผชิญกับทางเลือก (กล้าตัดสินใจเลือกทางที่ดีที่สุด)
- ก้าวอย่างช้าๆ แต่มั่นคง (อย่าผลีผลาม)
- ยึดมั่นกับพื้นฐาน (Back to basics อย่าลืมหัวใจของธุรกิจ)
การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (Break-Even Analysis) เพื่อการตัดสินใจ
ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เช่น การออกสินค้าใหม่ หรือการลดราคา ต้องใช้ข้อมูลทางบัญชีบริหารมาช่วย:
- สูตร: จุดคุ้มทุน (หน่วย) = ต้นทุนคงที่รวม / (ราคาขายต่อหน่วย - ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย)
- การใช้ประโยชน์: ช่วยให้ผู้บริหารรู้ว่าต้องขายให้ได้เท่าไหร่จึงจะไม่ขาดทุน และถ้าวางแผนจะขายได้มากกว่านั้นคือกำไร
- Margin of Safety: ส่วนต่างระหว่างยอดขายจริงกับจุดคุ้มทุน ยิ่งมากยิ่งปลอดภัย
บทสรุปส่งท้ายหน่วยที่ 9
การจัดการเชิงกลยุทธ์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้นำทุกคน การจะนำพาองค์การให้รอดพ้นจากคลื่นลมแห่งการเปลี่ยนแปลงและก้าวสู่ความเป็นเลิศได้ ต้องอาศัยการวิเคราะห์ที่เฉียบคม การวางแผนที่รอบคอบ และการตัดสินใจที่เด็ดขาด บนพื้นฐานของข้อมูล ความรู้ และจริยธรรม
จงจำไว้ว่า "กลยุทธ์ที่ดีที่สุด ไม่ใช่กลยุทธ์ที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือกลยุทธ์ที่ปฏิบัติได้จริง และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับทุกคน"