บทนำ: จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของภาพความสำเร็จ
หากกลยุทธ์ระดับองค์การ (Corporate Strategy) คือการเลือกสนามรบ และกลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business Strategy) คือแผนการเอาชนะในแต่ละสมรภูมิ กลยุทธ์ระดับหน้าที่ (Functional Strategy) ก็คือ "ยุทธวิธีของทหารราบ" ที่ต้องปฏิบัติการจริงในสนามรบ เพื่อให้แผนการรบทั้งหมดสัมฤทธิ์ผล
ความสำเร็จขององค์การไม่ได้วัดกันที่ความสวยหรูของแผนกลยุทธ์บนกระดาษ แต่วัดกันที่ "การลงมือทำ" (Execution) ในระดับปฏิบัติการ หน่วยการเรียนรู้นี้จะพาท่านเจาะลึกถึงกลไกการทำงานของ 4 เสาหลักทางธุรกิจ ได้แก่ การจัดการการดำเนินงาน (Operations), การตลาด (Marketing), ทรัพยากรมนุษย์ (HR), และ การเงิน (Finance) ท่านจะได้เรียนรู้วิธีการปรับจูน (Align) ทุกฟันเฟืองให้หมุนไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนยานยนต์แห่งธุรกิจให้พุ่งทะยานสู่เป้าหมายสูงสุดอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ตอนที่ 13.1 กลยุทธ์ด้านการจัดการการดำเนินงาน (Operations Strategy)
หัวใจของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการคือ "การดำเนินงาน" (Operations) ซึ่งเป็นกระบวนการแปรรูปปัจจัยนำเข้าให้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value Added) การจัดการการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพคือกุญแจสำคัญของการลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพ
ขอบเขตและความสำคัญ
กลยุทธ์ด้านการปฏิบัติการไม่ได้หมายถึงแค่การผลิตในโรงงาน แต่รวมถึงการออกแบบระบบการสร้างสินค้าหรือบริการ การกำหนดทำเลที่ตั้ง (Location Strategy) การจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม เป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง "มูลค่าเพิ่ม" (ส่วนต่างระหว่างต้นทุนปัจจัยการผลิตกับราคาที่ลูกค้าเต็มใจจ่าย)
- การวางแผนการผลิต: ต้องสมดุลระหว่าง Demand และ Supply
- กระบวนการผลิต: เลือกวิธีการผลิตให้เหมาะกับสินค้า (Jobbing, Batch, หรือ Flow)
- การควบคุมการผลิต: ดูแลคุณภาพ ต้นทุน และเวลาส่งมอบ
13.1.1 เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและแนวคิดสมัยใหม่
โลกการผลิตได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงด้วยเทคโนโลยี:
1. เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing Technology - AMT)
การใช้คอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์เข้ามาช่วยในการออกแบบและผลิต เช่น CAD/CAM (Computer-Aided Design/Manufacturing), ระบบการผลิตที่ยืดหยุ่น (FMS), และหุ่นยนต์อัตโนมัติ (Robotics) สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น (Flexibility) ลดเวลาการผลิต (Lead time) และเพิ่มคุณภาพ แต่แลกมาด้วยต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ที่สูงขึ้นจากการลงทุน
2. จาก Mass Production สู่ Mass Customization
- Mass Production (ผลิตมวลชน): เน้นผลิตเยอะๆ เหมือนๆ กัน ต้นทุนต่อหน่วยต่ำ แต่ไม่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล (เช่น รถยนต์สมัยก่อน)
- Continuous Improvement (Kaizen): การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องที่พัฒนาโดยญี่ปุ่น เน้นการมีส่วนร่วมของพนักงานในการลดของเสียและเพิ่มคุณภาพ
- Modular Production: การผลิตชิ้นส่วนเป็นโมดูลย่อยๆ แล้วนำมาประกอบกัน ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง (เช่น GM ลดจำนวนแพลตฟอร์มรถยนต์ลงเหลือ 4 แพลตฟอร์มเพื่อใช้ร่วมกัน)
- Mass Customization: แนวคิดใหม่ที่ผลิตจำนวนมากได้ (ต้นทุนต่ำ) แต่สามารถปรับแต่งให้ตรงใจลูกค้าแต่ละคนได้ (High Variety) ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
13.1.2 แนวทางการพัฒนากลยุทธ์การดำเนินงาน
ผู้บริหารต้องตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในประเด็นสำคัญดังนี้:
1. การปรับโครงสร้างและการรื้อปรับระบบ (Restructuring & Reengineering)
- Restructuring (การปรับโครงสร้าง): มักหมายถึงการ "ลดขนาด" (Downsizing) ลดคน ลดแผนก เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มกำไรให้ผู้ถือหุ้น (Shareholder focus) ข้อเสียคือทำลายขวัญกำลังใจพนักงาน
- Reengineering (การรื้อปรับระบบ): เป็นการ "ออกแบบกระบวนการทำงานใหม่แบบถอนรากถอนโคน" (Radical Redesign) ไม่ใช่แค่แก้ของเดิม แต่คิดใหม่ทำใหม่ เพื่อให้งานเร็วขึ้น ดีขึ้น ถูกลง (Process focus) โดยมักใช้ควบคู่กับแนวคิด Six Sigma เพื่อลดความผิดพลาดให้เหลือน้อยที่สุด
2. การจัดการการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง (Managing Resistance)
การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตมักเจอกับแรงต้านจากพนักงานที่กลัวตกงานหรือกลัวความยุ่งยาก ผู้บริหารต้อง:
- สื่อสารให้เข้าใจถึงความจำเป็น
- ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการออกแบบกระบวนการใหม่
- จัดการฝึกอบรม (Training) เพื่อให้พนักงานมั่นใจในทักษะใหม่
3. การตัดสินใจเรื่องสถานที่และวิธีการผลิต (Location & Method)
กรณีศึกษา Foxconn & Apple: Foxconn เลือกตั้งโรงงานในจีน เพราะค่าแรงต่ำ แรงงานมีวินัยสูง และอยู่ใกล้แหล่งซัพพลายเออร์ชิ้นส่วน ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนสายการผลิตได้ทันทีเมื่อ Apple เปลี่ยนดีไซน์ (Flexibility & Speed) นี่คือตัวอย่างของการใช้ทำเลที่ตั้งเป็นกลยุทธ์
Just-in-Time (JIT): การผลิตแบบทันเวลาพอดี คือการรับวัตถุดิบเข้ามาเมื่อจะผลิตเท่านั้น เพื่อลดสต็อกให้เหลือศูนย์ (Zero Inventory) ช่วยประหยัดต้นทุนการเก็บรักษาได้มหาศาล (เช่น Harley-Davidson ประหยัดได้ 22 ล้านดอลลาร์)
การบัญชีต้นทุน (Cost Accounting) และ JIT
มาตรฐานการบัญชีต้นทุนงานสั่งทำและต้นทุนช่วง
กลยุทธ์ JIT มีผลกระทบอย่างมากต่อระบบบัญชี:
- ลดต้นทุนการถือครอง (Carrying Cost): JIT ช่วยลดต้นทุนสินค้าคงคลังในงบดุล และลดค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาในงบกำไรขาดทุน
- Backflush Costing: ในระบบ JIT บางครั้งนักบัญชีจะใช้วิธีบันทึกต้นทุนย้อนกลับเมื่อสินค้าผลิตเสร็จหรือขายได้เลย เพื่อลดภาระงานเอกสารในการบันทึกการเบิกจ่ายวัตถุดิบรายวัน
4. แผนการถือครองหุ้นโดยพนักงาน (ESOPs)
การให้พนักงานเป็นเจ้าของบริษัท (Employee Stock Ownership Plans) ช่วยสร้างแรงจูงใจในการทำงานอย่างทุ่มเทเสมือนเป็นเจ้าของกิจการ (Ownership Culture) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการผลิต
ตอนที่ 13.2 กลยุทธ์ด้านการตลาด (Marketing Strategy)
การตลาดไม่ใช่แค่การโฆษณา แต่คือกระบวนการ "สร้าง ส่งมอบ และสื่อสารคุณค่า" (Value Creation) ไปยังลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจและผลกำไรที่ยั่งยืน
หัวใจของกลยุทธ์การตลาด
คือการเชื่อมโยงระหว่าง "สิ่งที่องค์กรมี" กับ "สิ่งที่ลูกค้าต้องการ" ผ่านกระบวนการ STP (Segmentation, Targeting, Positioning) และส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix)
- Market Share: การแย่งชิงพื้นที่ในตลาด
- Customer Satisfaction: ความพึงพอใจคือกุญแจของการซื้อซ้ำ
- Brand Value: มูลค่าของแบรนด์ในใจผู้บริโภค
13.2.1 กระบวนการพัฒนากลยุทธ์การตลาด
ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลักที่เป็นวงจรต่อเนื่อง:
1. การวิเคราะห์และวางแผน (Analysis & Planning)
- SWOT Analysis: วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน (จุดแข็ง/จุดอ่อน) และภายนอก (โอกาส/อุปสรรค)
- การตลาดเป้าหมาย (Target Marketing):
- Segmentation: แบ่งส่วนตลาดด้วยเกณฑ์ประชากร, ภูมิศาสตร์, จิตวิทยา, หรือพฤติกรรม
- Targeting: เลือกกลุ่มลูกค้าที่องค์กรมีความถนัดและมีศักยภาพทำกำไรสูงสุด
- Positioning: กำหนดจุดยืนของสินค้าในใจลูกค้า (เช่น Volvo=ความปลอดภัย, Apple=นวัตกรรม) การใช้ Perceptual Map ช่วยให้เห็นภาพตำแหน่งของแบรนด์เทียบกับคู่แข่งได้ชัดเจน (ดังภาพที่ 13.4 ในเอกสารต้นฉบับ)
2. การดำเนินกลยุทธ์ (Implementation)
การนำแผนสู่การปฏิบัติผ่านส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix):
- Product (ผลิตภัณฑ์): พัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ มีความหลากหลายหรือเฉพาะเจาะจงตามกลยุทธ์
- Price (ราคา):
- Skimming Pricing: ตั้งราคาสูงเพื่อจับกลุ่มบน (เช่น iPhone รุ่นใหม่)
- Penetration Pricing: ตั้งราคาต่ำเพื่อเจาะตลาดและครองส่วนแบ่ง (เช่น บริการ Streaming ในช่วงแรก)
- Place (ช่องทางจัดจำหน่าย): เลือกช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่น Tops Supermarket ใช้กลยุทธ์ Omni-channel ผสานหน้าร้านกับ Online (Chat & Shop) เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่
- Promotion (การส่งเสริมการตลาด):
- Push Strategy: ผลักสินค้าเข้าสู่ร้านค้า (เน้นขายส่ง, ส่วนลดให้ดีลเลอร์)
- Pull Strategy: ดึงลูกค้าเข้ามาหา (เน้นโฆษณา สร้างแบรนด์ให้คนอยากได้)
3. การประเมินและควบคุม (Evaluation & Control)
ตรวจสอบผลลัพธ์เทียบกับเป้าหมาย (ยอดขาย, กำไร, ส่วนแบ่งตลาด) หากมีความคลาดเคลื่อนต้องรีบปรับกลยุทธ์
กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและการแข่งขันทางการค้า
พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า
นักการตลาดต้องระวัง:
- การโฆษณา: ห้ามโฆษณาเกินจริง หรือใช้ข้อความที่เป็นเท็จ/ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- ฉลากสินค้า: ต้องระบุรายละเอียดให้ครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมาย (สคบ. ควบคุมเข้มงวด)
- การตั้งราคา: ห้ามฮั้วราคากับคู่แข่ง หรือทุ่มตลาด (Predatory Pricing) เพื่อกำจัดคู่แข่ง
กรณีศึกษา: Tops Supermarket (Central Group)
Tops ปรับตัวรับยุคดิจิทัลด้วยการรวมแบรนด์ย่อย (Tops Market, Daily, Online) เข้าด้วยกัน และเปิดบริการ Personal Shopper และ Chat & Shop ผ่าน LINE เพื่อตอบสนองพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปซื้อของสดออนไลน์มากขึ้น นี่คือการปรับกลยุทธ์ระดับหน้าที่ (การตลาด/ช่องทาง) ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมภายนอก
ตอนที่ 13.3 กลยุทธ์ด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ (HR Strategy)
ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว "คน" คือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด (และบริหารยากที่สุด) กลยุทธ์ HR สมัยใหม่ไม่ใช่แค่การทำเงินเดือน แต่คือการเป็น "พันธมิตรเชิงกลยุทธ์" (Strategic Partner) ขององค์กร
บทบาทของ HR ยุคใหม่
ตามโมเดลของ Dave Ulrich HR ต้องสวมหมวก 4 ใบ:
- Strategic Partner: เชื่อมโยงแผนคนเข้ากับแผนธุรกิจ
- Administrative Expert: จัดการงานระบบ งานเอกสาร ให้มีประสิทธิภาพ
- Employee Champion: เป็นกระบอกเสียงและผู้ดูแลพนักงาน
- Change Agent: เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่
13.3.1 ขอบเขตหน้าที่หลักของ HR
ครอบคลุมตั้งแต่วันแรกที่พนักงานเข้างานจนถึงวันสุดท้าย:
- Recruitment & Selection: สรรหาคนที่ "ใช่" (Right man, Right job, Right time)
- Training & Development: พัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) ให้ทันต่อโลก
- Performance Management: ประเมินผลงานอย่างเป็นธรรม
- Compensation & Benefits: บริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการให้จูงใจและแข่งขันได้
- Labor Relations: ดูแลความสัมพันธ์และกฎหมายแรงงาน
13.3.2 แนวทางการพัฒนากลยุทธ์ HR ในยุคดิจิทัล
โลกเปลี่ยน HR ก็ต้องเปลี่ยน:
1. ปรับโมเดลองค์การ (New Organizational Models)
โครงสร้างต้องแบนราบ (Flat) ลดขั้นตอนบังคับบัญชา สนับสนุนการทำงานข้ามสายงาน และการทำงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Work) เช่น Work from Anywhere หรือ Gig Economy
2. สร้างบุคลากรที่ยืดหยุ่น (Flexible Workforce)
ต้องการคนที่มี Growth Mindset พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา (Lifelong Learning) และสามารถปรับเปลี่ยนบทบาทได้ตามสถานการณ์
3. High-Performance Work Systems
สร้างระบบงานที่กระตุ้นประสิทธิภาพสูง ผ่านการจูงใจ การมีส่วนร่วม และการให้อำนาจตัดสินใจ (Empowerment)
4. HR Metrics & Benchmarking
ใช้ข้อมูล (Data-Driven HR) ในการตัดสินใจ เช่น อัตราการลาออก, รายได้ต่อหัวพนักงาน, ความผูกพันของพนักงาน (Engagement Score) เพื่อวัดความสำเร็จของกลยุทธ์
กรณีศึกษา: PTT Innovation Boost Camp
ปตท. ใช้กลยุทธ์ HR ในการสร้างนวัตกรรม โดยจัดโครงการ Boost Camp เพื่อเปิดเวทีให้พนักงานนำเสนอไอเดียใหม่ๆ พัฒนาทักษะการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการภายใน (Intrapreneurship) นี่คือตัวอย่างการใช้ HR เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนกลยุทธ์นวัตกรรมขององค์กร
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน และ กฎหมาย PDPA
- การเลิกจ้าง: หากมีการปรับโครงสร้างองค์กรและต้องลดคน ต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย (สูงสุด 400 วัน สำหรับอายุงาน 20 ปีขึ้นไป) และต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
- ข้อมูลส่วนบุคคลพนักงาน: ฝ่าย HR ถือครองข้อมูลมหาศาล (ประวัติ, เงินเดือน, สุขภาพ) ต้องปฏิบัติตาม PDPA อย่างเคร่งครัด ห้ามเปิดเผยโดยไม่ได้รับความยินยอม
ตอนที่ 13.4 กลยุทธ์ด้านการเงิน (Financial Strategy)
"เงิน" คือกระแสเลือดของธุรกิจ กลยุทธ์การเงินที่ดีคือการหาเงินมาด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด และใช้เงินไปให้เกิดผลงอกเงยมากที่สุด เพื่อสร้างความมั่งคั่งสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น
วัตถุประสงค์สูงสุด: Maximize Shareholder's Wealth
ผู้บริหารการเงินต้องตัดสินใจใน 3 เรื่องหลัก (The 3 Major Decisions):
- Investment Decision (การลงทุน): จะเอาเงินไปทำอะไร? (ซื้อเครื่องจักร, ขยายโรงงาน, ซื้อหุ้น) ต้องดู ROI
- Financing Decision (การจัดหาเงิน): จะเอาเงินมาจากไหน? (กู้แบงค์, ออกหุ้นกู้, ขายหุ้นเพิ่มทุน) ต้องดู Cost of Capital
- Dividend Decision (การปันผล): กำไรที่ได้มา จะแบ่งคืนผู้ถือหุ้นเท่าไหร่ หรือจะเก็บไว้ลงทุนต่อ (Retained Earnings)
13.4.1 ขอบเขตกลยุทธ์การเงินที่สำคัญ
ผู้บริหารต้องพิจารณาประเด็นเหล่านี้:
1. โครงสร้างเงินทุน (Capital Structure)
การหาสัดส่วนที่เหมาะสมระหว่าง หนี้สิน (Debt) และ ส่วนของเจ้าของ (Equity)
- หนี้สิน: ข้อดีคือดอกเบี้ยจ่ายนำไปลดหย่อนภาษีได้ และเจ้าของเดิมไม่เสียสิทธิบริหาร แต่ข้อเสียคือมีความเสี่ยงต้องคืนเงินต้น+ดอกเบี้ย ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุน
- ส่วนของเจ้าของ: ไม่มีความเสี่ยงเรื่องล้มละลาย (ไม่ต้องคืนเงิน) แต่เจ้าของเดิมส่วนแบ่งลดลง (Dilution effect) และต้นทุนเงินทุนมักสูงกว่าหนี้
- การวิเคราะห์ EPS/EBIT: ใช้คำนวณว่าที่ระดับกำไร (EBIT) เท่าไหร่ การใช้หนี้จะคุ้มกว่าการออกหุ้น (Financial Leverage)
2. การประเมินมูลค่ากิจการ (Valuation)
สำคัญมากเมื่อจะซื้อกิจการ (M&A) หรือขายกิจการ ต้องประเมินว่าธุรกิจมีมูลค่าเท่าไหร่ โดยใช้วิธีต่างๆ เช่น มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ, อัตราส่วน P/E, หรือมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสด (DCF)
3. การระดมทุนสาธารณะ (IPO)
การนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ (Initial Public Offering) เป็นก้าวสำคัญในการระดมทุนมหาศาลเพื่อขยายธุรกิจ แต่ต้องแลกมาด้วยการเปิดเผยข้อมูล การถูกตรวจสอบ และแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นรายย่อย
4. Leveraged Buyout (LBO)
เทคนิคการซื้อกิจการโดยใช้เงินกู้จำนวนมหาศาล (ใช้สินทรัพย์ของบริษัทที่จะซื้อเป็นหลักประกัน) เป็นกลยุทธ์ที่เสี่ยงสูงแต่ผลตอบแทนสูง มักใช้โดยกองทุน Private Equity
13.4.2 Fintech: กลยุทธ์การเงินยุคดิจิทัล
เทคโนโลยีทางการเงิน (Financial Technology) เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการบริหารเงิน:
- Blockchain: ใช้ใน Smart Contracts, Letter of Guarantee (L/G) ช่วยลดขั้นตอนเอกสาร เพิ่มความปลอดภัยและความเร็ว
- AI & Chatbot: ใช้ในการวิเคราะห์สินเชื่อ (Credit Scoring) ประเมินความเสี่ยง และให้บริการลูกค้าอัตโนมัติ
- API: เชื่อมต่อระบบการชำระเงินและข้อมูลระหว่างธนาคารกับธุรกิจอย่างไร้รอยต่อ
ผลกระทบของมาตรฐาน TFRS 9 และ TFRS 16
กลยุทธ์การเงินต้องคำนึงถึงมาตรฐานบัญชีใหม่ๆ:
- TFRS 9 (เครื่องมือทางการเงิน): กระทบการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ (ต้องมองไปข้างหน้าแบบ Expected Credit Loss) และการจัดประเภทเงินลงทุน
- TFRS 16 (สัญญาเช่า): เปลี่ยนโลกของการ "เช่าสินทรัพย์" สัญญาเช่าดำเนินงานระยะยาวต้องนำมาบันทึกเป็นสินทรัพย์และหนี้สินในงบดุล (Right-of-Use Asset) ทำให้หนี้สินของบริษัทดูเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบต่ออัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ที่เป็นเงื่อนไขการกู้ยืม (Covenants)
บทสรุปส่งท้ายหน่วยที่ 13
กลยุทธ์ระดับหน้าที่คือ "แขนขา" ที่จะนำพา "สมอง" (กลยุทธ์องค์การ) ไปสู่เป้าหมาย ความสำเร็จขององค์การไม่ได้เกิดจากหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งเพียงลำพัง แต่เกิดจากการสอดประสาน (Synergy) ของทุกภาคส่วน
ผู้บริหารที่ดีต้องเข้าใจความเชื่อมโยงนี้: การตลาดสร้างยอดขาย -> การปฏิบัติการผลิตสินค้า -> ทรัพยากรมนุษย์พัฒนาคน -> การเงินสนับสนุนเงินทุน ทั้งหมดนี้ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันภายใต้ทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน